นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ) View my profile

Aphorism

มีโอกาสแสดงจะทำยังไงให้มันแจ่มแจ้งดี

เรามีเส้นทางเดินที่แตกต่าง
เรามีหลายสิ่งหลายอย่างต้องเรียนรู้
เรามีประสบการณ์เป็นคุณครู
เรามีศัตรูคือความจน
ขยันเป็นกำลังไว้ต่อสู้
ความรู้คืออาวุธของปัญญาชน
โอกาสเป็นสนามให้ฝึกฝน
สนามรบอันเป็นจริงตลอดเวลา
จงเตรียมกายและใจให้พร้อม
ที่ฝึกซ้อมพร้อมใช้งานพร้อมสร้างสรรค์
อุปสรรคมีอยู่ทั่วไม่กลัวมัน
แต่สุดท้าย.. ความฝัน ต้องเป็นจริง
โฮ๊ะๆๆๆ
ไปทั่วเลยเราเนี่ย ว่าจะพูดถึงเรื่องโอกาสที่ได้รับ แต่ก็เร่ิมต้นเรื่องไม่ได้ซักที
เลยรำมาเป็นกลอนเลย พรุ่งนี้เช้าผมก็จะได้ลงไป ATHIT FIELD เห็นว่าจะได้ลงไปช่วยงานพวก Slick-line
พอดีมีพี่เค้าประสบอุบัติเหตุ อยู่ในช่วงพักฟื้นตัวอยู่ เค้าก็เลยขาดคนแล้ว Wellhead อย่างเราก็เพิ่งขึ้นมาจาก
Bongkot South ไม่กี่วันมานี้เอง แต่เป็นช่วงเวลาที่เรากำลังสร้างพันธโมเลกุลของความรู้และประสบการณ์
ในการทำงานอย่างนี้ เราก็ไม่ยอมให้พลาดเด็ดขาด หลังจากที่คิดตอมใจอยู่นานแล้วว่าเหมือนชีวิตกำลังตกอับ
ก็แค่เปลี่ยนจากความคิดว่ากำลังตกอับว่ากำลังได้รับโอกาสให้ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ มันจะอับโชคได้ยังไง
จริงมั้ย?
นอกจากจะได้กอบกู้อิสรภาพของตัวเองกลับคืนมาแล้ว ยังมีโอกาสได้กำชัยในครานี้ด้วย สุดยอดโคตร...
เคยเป็น Completion มาแล้ว และมาเพิ่มเอาทักษะของ Wellhead Maintenance สักหน่อย แล้วตอนนี้
ยังมีรายได้หรือความรู้ ความสามารถเสริมเป็น Slick-line นี่มันเหนือที่คาดการ์ไว้เยอะเลยนะเนี่ย
อย่างงี้ต้องเตรียมตัวแล้ววางแผนให้รอบครอบ..
สร้างระบบเครือข่ายให้ความคิดได้เจริญเติบโตมีศักยภาพให้มากพอที่จะเป็น Specialist หรือ
Profesional worker อย่างที่ตั้งใจไว้ได้
จัดไป.. เอาให้เต็มที่ งั้นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวเอาไปด้วยพรุ่งนี้
1. ชุดทำงาน เพราะเราจะไปทำงานต้องพร้อมตรวจสอบก่อนออกเดินทาง
   1.1 ชุดหมี 2 ชุด
   1.2 หมวกแข็ง 1 ใบ
   1.3 แว่นตานิรภัย กันแดด 1 และใสอีก 1 อัน
   1.4 รองเท้าเร็ดวิง หัวเหล็ก เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน เอาไปแค่คู่เดียวก็เอาให้รอดเถอะ
2. ชุดพักผ่อน ชุดกินข้าว ชุดออกกำลังกาย 
    2.1 กางเกงขาสั้น 2 ตัว และกางเกงขายาวใส่ไปตั้งแต่เดินทางอีก 1 ตัว
    2.2 เสื้อเชิร์ทสัก 2 ตัว มีเสื้อกันหนาวกันเหนี่ยวสักตัวดีมั้ยนะ
    2.3 รองเท้าสลิปเปอร์ หรือเกิบ(อีสาน) ที่มันหุ้มปลายเท้าหน่อยกันประตูหนีบหรือโดนเหลี่ยมอะไรตำเข้า
    2.4 ถุงเท้าสัก 2-3 คู่ และร้องเท้าฟุตซอลเจ๋งๆสักคู่ เผื่อได้ออกกำลังกะเค้าบ้าง
3. ชุดอาบน้ำชำระร่างกาย
    3.1 แชมพู
    3.2 แปรงฟัน และยาสีฟัน
    3.3 มีดโกนหนวดด้วยสักชุด
    3.4 ครีมอาบน้ำไปด้วยเหอะ โฟมล้างหน้าด้วยก็ดี
    3.5 กันรักแร้เหม็นหน่อย โคโลนลูกกลิ้งไปสักหลอดละกัน
4. ชุดอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์
    4.1 โทรศัพท์มือถือกับที่ชาร์จไปด้วยเป็นนาฬิกาปลุกได้ ใช้โทรหาแม่และแฟนก่อนขึ้นเครื่อง
    4.2 Laptop และที่ชาร์จด้วย
    4.3 ปลั๊กไฟหลายตาหน่อยเผื่อได้สามัคคีชุมนุมอยู่กันหลายคน และ Adapter ปลั๊กระบบยุโรปไว้หน่อยก็ดี
    4.4 ฮาร์ดดิสเสริมสักตัวนะ เผื่อมีคนเผื่อแผ่ AV X /R rating ที่น่าสนใจ หรือมีใครแบ่งปันความรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
    4.5 อย่าลืมว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ มีนาฬิกาข้อมือติดตัวไว้ตลอด จะทำอะไรจะได้รู้เวล่ำเวลา
5.  กระเป๋าเป้สพายหลังลูกใหญ่ๆสักอัน ใส่ Laptop ได้ ใส่เอกสารหรืองานก็ได้ ใส่ขนมไปฝากเพื่อนๆบ้าง
6.  อย่าลืมกระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน บัตร Certificate offshore safety training ด้วยละ มีนามบัตรบ้างก็ดี
ครั้งแรกของ SLick-line หาข้อมูลมาอ่านบ้าง ว่ามันคืออะไรวะ? ทำไมต้องมีมันด้วย ทำประโยชน์อะไรได้
มีกี่แบบกี่อย่าง? ขนาดเท่าไหร่? มีอย่างอื่นมั้ย? มีอะไรแทนอะไรได้บ้าง?
ได้ของใหม่ก็อย่าลืมของเก่า เรื่อง Wellhead ก็ต้องกลับมาทบทวนเรื่อยๆ ส่วน Completion ก็ไม่ต้องฝันสลาย
เราอาจจะไปไกลหรือได้ดีกว่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ทบทวนไว้ด้วยว่า Completion เขาทำงานอะไร? ทำยังไง?
ใช้ความรู้ ความสามารถในด้านไหนบ้าง? ก็แค่นับเลขธรรมดา อย่าคิดมาก ถ้าคิดว่ามันยาก
แค่ความรู้สึกมันก็ไม่อยากทำแล้ว แล้วถ้าไม่ทำ มันจะทำได้ได้ยังไงละ เอ....

edit @ 2 Feb 2012 18:26:54 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)

ต่อไปนี้ เราจะเป็นคนดี
เหล้า บุหรี่ เราไม่สนใจ
จะตั้งใจทำงาน ให้เชี่ยวชาญว่องไว
จะก้าวเดินต่อไป และจะไม่ท้อแท้
เราจะไม่มีน้ำตา เราจะไม่มางอแง
เราจะไม่ยอมแพ้ ไม่อ่อนแอให้ใครเห็นใจ
จะทำตัวให้มีประโยชน์ จะไม่โกรธไม่เกลียดใคร
จะอดทน และตั้งใจ ฝึกฝนตนให้เก่งและดี
ความผิดพลาดในครั้งก่อน จะสอนให้เราเก่งกว่านี้
จะทำให้เรารู้จักวิธี สู้ชีวีไปกับกาลเวลา
ปากมีให้ใช้ประโยชน์ ตามองไปข้างหน้าโลดตามวาจา
พูดแล้วต้องทำตามที่ว่า นี่แหละคือสัญญาใจของเรา
เริ่มจากสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด จะไม่หยุดอยู่ที่หงอยเหงา
เศร้าซึมเสียใจในวันเก่าๆ เราจะเอาแรงกายสู้ไปพร้อมแรงใจ
โย้...

edit @ 13 Jan 2012 20:29:16 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)

ตามหลักทางพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนเรื่องสติไว้เป็นสำคัญ การที่คนเราจดจำอะไรได้จะต้องใช้สติ และต้องมีสมาธิด้วย สมาธิจะช่วยให้มีจิตที่แน่วแน่ในสิ่งที่กำลังเรียนรู้ ต้องขจัดตัวที่ทำให้เราลืมออกไปให้สิ้น การไม่มีสติ อะไรบ้างที่ทำให้สติลดลง ความหลงนั่นเอง การดื่มสุราก็ทำให้ขาดสติได้เช่นกัน ทำยังไงดีเล่าถ้าเราอยากเรียกสติกลับคืนมา ต้องเลิกดื่มสุราหรือเปล่านะ อยากมีเทคนิคในการจดจำขั้นตอนการทำงานต่างๆในแต่ละวัน ความเป็นอยู่จะดีขึ้นไหม ถ้าหากเราไม่เกเร เก็บเงินเก็บทอง ไม่ใช้จ่ายให้ฟุ่มเฟือย รักครอบครัว ทำหน้าที่ของการเป็นลูกให้ดีที่สุด เราอยากได้อะไรเราก็จะได้ เมื่อเราทำได้ ทุกอย่างมันต้องไม่เกินความสามารถของเรา เราอยากมีที่ไร่ ที่นา เราก็จะเก็บตังซื้อที่ไร่ ที่นา ดังนั้นเราจะตั้งใจทำงานไม่เกี่ยงไม่ท้อ หนักเอาเบาสู้ เราจะต้องทำได้ทุกอย่าง เลิกงานมาเราต้องหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์ เราจะไม่มานั่งๆนอนๆอะไรอย่างนี้ เราจะไม่ฟุ้งซ่าน เราจะต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้ แล้วเราจะทำอะไรดี เรามีจุดอ่อนในเรื่องการสื่อสาร ดังนั้นเราน่าจะมาปรุบปรุงะรื่องการสื่อสารของเรา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษนั่นละ ทำยังไงก็ได้ให้ฟังคนพูด คนเล่า คนเขียนอะไรให้รู้เรื่อง เราจะอ่านหนังสือทุกวัน วันหยุดเราจะต้องหารายได้เสริม ค่อยๆทำไป สักวันเราจะดีเอง และเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ เราจะต้องสร้างความสุขให้กับตัวเองและครอบครัว เราไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง แต่เราจะต้องรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน ควรจะอยู่ตำแหน่งไหน งั้นตอนนี้เรามาคิดกันดีกว่าว่าเราจะดำเนินชีวิตยังไงดี เราถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต การงาน และหน้าที่

คิด คิด คิด

posted on 07 Nov 2011 18:42 by samsutgeo11  in Aphorism
มีคนสอนดีกว่าไม่มีใครสอน เขาด่าก็คิดซะว่ามันคือคำสอน ทำไมเขาถึงด่า ก็เพราะว่าเขากำลังสอน เขาสอนทำให้มันถูกต้องถูกวิธีถูกขั้นตอน เราก็จะได้ทำให้มันถูกด้วยยังไงละ เอาสติมาใช้ในงาน มีความรอบคอบให้มากขึ้น อย่าด่าอย่าว่าเขากลับ เขาเป็นครูของเรา เราต้องเคารพครูของเรา คนที่ลบหลู่ดูหมิ่นครูบาอาจารย์ตัวเอง แม่บอกว่ามันไม่รุ่งเรืองหร่อก เราจะแน่วแน่และมั่นคง เราต้องมีความอดทน นี่เป็นโอกาสดีที่มีไว้ให้เราฝึกฝนตนเอง โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนะ ใครจะมาค่อยบอกคอยสอนเราแบบนี้ ไม่มีโรงเรียนไหนอีกแล้ว สนามซ้อมรบที่ดีต้องเหมือนสนามรบจริงๆถึงจะดี ดังนั้นเราจะตั้งใจเรียนเชื่อฟังคำสั่งสอนอาจารย์ด้วยความเคารพ ขอให้อานิสงค์นี้ ส่งผลให้ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จในการงานนี้ด้วยเทอญ สาธุ สาธุ อนุโมทานิ

ทำการทำงาน

posted on 03 Nov 2011 19:29 by samsutgeo11  in Aphorism
ทำงานการทำงาน
 
อย่าคิดมากเลยไอ้หนุ่ม          จะไปกลุ้มอะไรมาก
มันไม่ใช่เรื่องยาก                 อย่าลำบากคิดไปไกล
คิดซะว่าคือโอกาส                แต่อย่าประมาทเกินไป
ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย ใครก็เสียใจแต่อย่าได้ท้อ
จงคิดปรับปรุงตัวเอง              อย่ามัวแต่เซงจนซอมซ่อ
เวลามันไม่เคยรีรอ                 แต่ก็ต้องขอให้ใจเย็น
คิดอย่างมีเหตุผล                  ไม่ใช่ดิ้นรนสู้คนเป็นเป็น
ถกเถียงทุกเรื่องเช้าเย็น         ไม่มีชัดเจนไม่เห็นอะไร
จดจำทำอย่าให้พลาด             ยังมีโอกาสให้แก้ตัวใหม่
แต่โอกาสไม่ได้มีทุกครั้งไป      จงจำใส่ใจขั้นตอนการกระทำ
รับฟังความคิดเห็นหน่อย          อย่าหลงปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ
ความโกรธมันจะคอยมาซ้ำ       ความหลงผิดจะกระทำให้เสื่อมลงไป
จงเป็นผู้ฟังที่ดี                        คิดทุกท่วงทีก่อนจะทำอะไร
 อย่าเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ยังไงยังไงเราก็ทำงานเป็นทีม
จงทำอย่างมีสติ                        มีสมาธิมิใช่อินดรีม
ฝันเฟื่องทุกเรื่องเปลืองฟิล์ม       ผิดเรื่องจิ๋มจิ๋มมันน่าตีมือ

edit @ 3 Dec 2011 21:30:10 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)

edit @ 23 Dec 2011 20:13:49 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)

ชีวิตมันเป็นทิ้งๆขว้าง ใช้โอกาสเปลืองมาก คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว แต่ดีที่สุดของเรามันก็ยังดีไม่พออยู่ดี
จะต้องนับหนึ่งกี่ครั้ง จะต้องล้มกี่ครั้ง จะต้องผิดกี่ครั้ง เราประมาทเกินไปแล้ว

มาเริ่มต้นไหม นับ 1 อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 1 เดือน 11 ปี ค.ศ. 2011

 
เห็นมั้ยขนาดว่าในบรรดาเลข 1 แต่มันก็ยังมีเลข 2 เข้ามา แต่เลข 0 มันก็เสือกมีมาเหมือนกัน

edit @ 1 Nov 2011 20:32:14 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)

You don’t need to complain. No one like “complain”, it’s negative method for both parties. Seeking for mutual cooperation is better, probably the best.

  บ่นแล้วใช่ว่าอะไรจะดีขึ้น               มีแต่มึนมองหน้ากันไม่ติด
ว่าเขาแล้วเราก็เหมือนโดนยาพิษ           ต้องมาคิดนอนกลุ้มอกกลุ้มใจ
ต่อไปต้องทำอะไรให้รอบครอบ             รับผิดชอบต่องานการจะดีไหม
หาทางออกร่วมกันอย่างอุ่นใจ               จะปรับปรุงแก้ไขให้งานดี
 
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
"ไม่ต้องไปบ่นให้เขาฟัง ไม่มีใครชอบถูกด่าถูกบ่นหรอก เพราะมันเป็นวิธีที่ทำให้แย่ทั้งสองฝ่าย การหาทางร่วมกันทำงานให้มันดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดนะ"
เคยได้เห็นแจ้งกระจ่างอย่างลึกซึ้งโดย พี่จุ๋ม Supervisor, Well Operations
 
เรา Jet Wellhead ทำไม?  ที่เรา Jet Wellhead ก็เพื่อจะไปล้างเอาเศษหินเศษดินหรือ cutting ที่ติดมาพร้อมกับโคลนบางส่วนออกไปจากรอบๆ Wellhead หรือข้างในที่ติดกับ Wear bushing ที่ใส่ลงไปก่อนที่จะเอาก้านเจาะแหย่ลงไปในช่องหรือ slot ผ่าน riser, BOP, และ wellhead ซึ่งก็มี Wear bushing อยู่ด้านในอีกชั้นหนึ่ง แล้วค่อยดำลงไปจนถึง seabed  สำหรับการล้างเอาเศษหินเศษดินดังกล่าวนี้ออกมานั้นสิ่งที่จำเป็นก็คือ pressure ซึ่งจะช่วยให้เศษเหล่านั้นมันหลุดออกจาก wear bushing หรือ wellhead ของเรา ตามหลักการทางฟิสิกส์ง่ายๆ วัตถุจะเคลื่อนที่ได้ จะต้องมีแรงมากระทำ แรงแรงนั้นต้องไม่ใช่ศูนย์ ดังนั้นแรงดังกล่าวที่จะทำให้เศษหินพวกนั้นหลุดออกมาก็คือแรงดันหรือ pressure นั่นเอง ก็ไม่เคยคิดเลยว่าพี่จุ๋มจะช่วยทำให้ผมตาสว่างด้วยหลักการง่ายๆ เพียงเท่านี้นี่เอง ส่วน flow rate หรืออัตราการไหลนั้นมันจะช่วยพยุงหรือพาเอาเศษเหล่านั้นขึ้นมาแล้วก็ไหลออกไปทาง flow line นี่เป็นความรู้แจ้ง รู้จริง อธิบายไว้ได้ดีแล้ว

หน้าที่ของเราในฐานะ Completion supervisor เราจะต้องคอยไปนั่ง ยืน หรือมองดูเขาทำ เขา jet wellhead ด้วย และก็ไม่ใช่แค่ไปดูเฉยๆเท่านั้น ต้องสังเกต driller panel ของริกด้วยว่า flow rate และ pressure เป็นยังไง เพียงพอหรือเหมาะสมแล้วหรือเปล่า? ถ้าเห็นว่ามันไม่ปกติหรือว่าไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการ นั่นก็คือตาม Completion program ของเรา เราก็ต้องบอกให้เค้าทำให้มันถูกวิธี ต้องบอกเค้าว่าเราต้องการให้เขาทำอะไร แล้วมันจำเป็นยังไงถึงต้องทำแบบนั้น แล้วพวกเขาก็จะได้หาทางทำให้ได้ตามนั้น ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องยากหรือไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไรเลย เป็นสิ่งที่เราต้องการและต้องทำทุกๆครั้งด้วยซ้ำ ใช้เวลาสักหน่อยเพื่อใส่ใจจะทำมันยังจะดีกว่าทำไปแล้ว แล้วก็ต้องมาเสียเวลาแก้ไขปัญหากันทีหลังอีก

ถ้า Wellhead ไม่สะอาดพอ ก็อาจจะต้องเจอปัญหาตามหลังเมื่อตอนเราจะ land tubing hanger เช่นอาจจะ land แล้ว tubing hanger มันดื้อไม่ยอมนั่งบน profile เพราะมันกลัวเจ็บตูด เพราะอาจจะมีเศษเหล็ก เศษหิน ชิ้นเล็กๆ ติดอยู่ใน profile หรือไม่ก็ทำให้ pressure test tubing hanger seal damage, หรือ lock ring wellhead profile ไม่ได้ มันอาจจะทำให้แย่หรือยิ่งเลวร้ายไปกว่าเดิม ถ้าหากว่าเราจะต้องเสียเวลาทำการ jet wellhead กันอีกรอบ โดยอาจจะต้องรื้อทั้งหลุมมาทำกันใหม่ หรือไม่ก็มีอีกวิธีคือ breakout tubing hanger ออกมาแล้ว เอา packoff ลงไป set ให้มันไปนั่งแทนทีแล้วค่อย jet wellhead แต่ทางที่ดีตั้งแต่แรกคือเราเพียงแนะนำเขาว่าให้เขาทำให้มันถูกต้องตรงตาม rig completion program ของเราก็เท่านั้นเอง ไม่ต้องไปบ่นให้เขาฟัง ไม่มีใครชอบถูกด่าถูกบ่นหรอก เพราะมันเป็นวิธีที่ทำให้แย่ทั้งสองฝ่าย การหาทางร่วมกันทำงานให้มันดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดนะ

edit @ 4 Aug 2011 17:54:30 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)

We must build our own shadow.
But do not expect to be standing on the shadows of others.
  
      ยอดหญ้าใบเขียวอ่อน      อยู่ใต้ร่มกะท้อนใหญ่
อยู่รอดและปลอดภัย              แต่อยู่ได้ก็ไม่นาน
กล้ามะขามน้ำน้อย                 ชูคอร่องลอยรอแดดผ่าน
ร่มน้อยพอประมาณ                 โตตามกาลวันเวลา
ผ่านไปชั่วขณะ                      เจ้าก็เริ่มจะแกร่งกล้า
แตกกิ่งก้านสาขา                   คลุมยอดหญ้าที่พร้อมกัน
เจริญเติบโตไม่หยุด               ตรงปลายสุดยอดเจ้านั้น
ท่วมท้นพ้นสัมพันธ์                แยกกันอยู่ไม่พึ่งใคร
เสมือนคนมีความคิด              ไม่ยึดติดพึ่งพาไป
แรกเริ่มพึ่งเงาใคร                  เติบใหญ่มีร่มตัวเอง
สร้างระบบชีวิต                     วันละนิดน่ายำเกรง
ท่อลำเลียงเป็นเสียงเพลง     ไว้บรรเลงให้นกกา
สร้างทักษะ ไฝ่เรียนรู้             เพิ่มพูนอยู่ตลอดเวลา
เหตุผลมีนำพา                     ก่อปัญญาสร้างภูมิตน
 
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
บทกวีของนายแซมกิโลวัตต์
"อย่าคิดแต่จะยืนใต้ร่มเงาของผุ้อื่น เราต้องสร้างร่มเงาของตัวเองขึ้นมาบ้าง"
เคยได้ยินจาก พี่ติ๊ก PTTEP Wellservices Superintendent
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราต้องหาทางเผชิญหน้ากับมันเอง
แก้ไขมันด้วยตัวของเราเอง ไม่ใช่ทำตามแต่เขาไปอย่างนั้น
เราจะต้องหาทางยืนอยู่บนร่มเงาของตัวเองได้ อย่าคิดแต่จะพึ่งพาคนอื่น
ถ้าไม่มีคนอื่นคอยช่วยเหลือ แล้วเราจะทำยังไง? จะทำได้ไหม?
จะแก้ไขปัญหาเองได้หรือเปล่า? เปลี่ยนแปลงความคิดเสียใหม่ ให้มันถูกต้อง
ต้องคิดด้วยว่าที่เขาทำๆมา เขาทำไปทำไม แล้วมันถูกหรือเปล่า?
มันอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ ไม่ใช่ว่าสักแต่จะทำตาม
เราต้องปรับปรุงให้มันดีขึ้น ทำทุกอย่างให้เป็นระบบ
ให้มันอยู่ในระบบ มันจะได้สะดวกและง่ายต่อการใช้งานในครั้งต่อไป
นอกจากนั้น ที่ทำไปก็ต้องคิดด้วยว่าทำไปทำไม
พร้อมที่จะ Advise คนอื่นต่อๆไปได้ ว่าทำอะไรยังไง?
เนื้องานของเราเป็นอย่างไร? เรามีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้าง?

edit @ 28 May 2011 12:15:59 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)

Don't wait for what happened to be a hero

posted on 26 May 2011 09:03 by samsutgeo11  in Aphorism, Poem

Don't wait for what happened to be a hero

  ไม่มีใครหร่อกนะ             ที่อยากจะมีปัญหา
ให้เราเตรียมตัวมา                    ไว้ล่วงหน้าเสียก่อนเลย
คิดไว้เลยทุกอย่าง                    จะมีทางใดบ้างเอ่ย
ทั้งที่เรายังไม่เคย                     เจอมาเลยแล้วก็ตาม
ปัญหามีไว้ให้แก้                       เก่งแน่ๆถ้าถูกยาม
แต่มันจะไม่งาม                        ถ้าผิดยามก็ดับเลย
กันไว้ดีกว่าแก้                          จะไม่แย่แค่คุ้นเคย
อาจจะไม่มีเลย                         ปัญหาเอยถ้าเตรียมตัว
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
"มึงจะรอให้ปัญหามันเกิดขึ้นก่อน แล้วมึงถึงจะเก่งใช่ไหม?"
เคยได้ยินจาก พี่เดี่ยว PTTEP Skilled Technician, completion
"เวลาทำงาน จะมีใครอยากจะเจอปัญหาบ้าง? ไม่มี..
เพราะฉนั้นมึงควรจะทำยังไง? ควรจะเตรียมตัวให้ดีเลย
ว่าทำงานไป มึงอาจจะเจอปัญหาแบบนี้นะ แล้วมึงจะแก้ไขอย่างนี้นะ
มึงเจอปัญหานั้นนะ แล้วจะแก้ไขปัญหายังไง คิดก่อนดีไหม? ตั้งแต่ที่ยังไม่เกิดปัญหา
แล้วปัญหาที่ยากๆ ที่มันยังไม่เคยเกิด มึงก็ต้องใช้ความรู้ ความสามารถและทักษะที่มิงมีอยู่
คิดแก้ปัญหานั้นให้ได้ โอเคไหม? ......"
โอเคครับ

edit @ 28 May 2011 12:08:51 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)

"Monkey see-Monkey do"

posted on 26 May 2011 08:19 by samsutgeo11  in Aphorism, Poem
"Monkey see-Monkey do"
พวกเขาพาทำกันมาอย่างไร         เห็นพร้อมไปและทำตามใจเขา
โดยที่เราไม่ค่อยจะรู้เรื่องราว                ถูกหรือเปล่า? ผิดหรือไม่? ทำกันมา
เขาทำไปทำไมก็ไม่รู้                           ทำให้ดูอยู่ตั้งนานหลายครั้งครา
รู้แต่เพียงว่าทำทำตามกันมา                 รู้แต่ว่าเขามาบอกให้เราทำ
ไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร                    กังวลใจที่ทำไปเป็นประจำ
ถูกหรือผิดไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ                      มีแต่จำว่าเขาพาทำกันมา
ไม่เคยถามเพราะกลัวเขาว่าเราโง่           น่าโมโหโง่อะไรกันนักหนา
ความสงสัยเกิดขึ้นได้ไม่นำพา                แต่ปัญญาดับสิ้นแล้วเพราะอายคน
ยอมโง่ในครั้งแรกให้เขาว่า                     ดีกว่าโง่ตลอดเวลาให้มืดมน
ครั้งต่อไปเมื่อสงสัยไม่อับจน                  สมองกลของคนโง่มีปัญญา
โง่แล้วเราจะยังโง่อยู่อีกหรือ?                  อย่าซื่อบื่อซื่อจนโง่โง่หนักหนา
โตแต่ตัวกลัวแต่โง่น่าโกรธา                   เขาเรียกว่า "สมองหมาปัญญาควาย"
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
บทกวี ก. วันทะมาศ (นายแซมกิโลวัตต์)
"Monkey see-Monkey do"
เคยได้ยินมาจากพี่ชลิต PTTEP Wellservices Superintendent
อย่าเพียงแค่เห็นเค้าทำกันมายังไง แล้วเราก็ทำตามไปอย่างนั้น เราต้องเข้าใจด้วย
ว่าเขาทำไปทำไม? ทำไปเพื่ออะไร? ถ้าเราเข้าใจในสิ่งที่ทำอยู่ ว่าทำไปทำไม?
เราก็จะสามารถหาเหตุผล และหลุดพ้นจากความกังวล และความสงสัยนั้นๆได้
ว่าที่ทำไป เราทำผิดหรือทำถูกอย่างไร?
"อย่าปล่อยให้ความสงสัยมันค้างอยู่ในใจ อย่าปล่อยให้คำถามมันเกิดขึ้นแล้วหลุดลอยไป
เมื่อสงสัยอะไร ก็ต้องเกิดคำถาม แล้วก็.. ถามซะ ไม่ต้องกลัวว่าใครว่าเราโง่ ถ้าเราเกิดความสงสัย
แล้วไม่ถามให้รู้ นั่นแหละ.. เราถึงจะโง่จริงๆ เพราะเราก็ยังคงไม่รู้อยู่อีกต่อๆไป"  

edit @ 28 May 2011 12:10:58 by นายแซมกิโลวัตต์ (ก. วันทะมาศ)