บทกวีเพกาลิ้นฟ้าเตี้ย

posted on 07 Jul 2014 15:26 by samsutgeo11
 
 

บทกวีเพกาลิ้นฟ้าเตี้ย

 

ผู้แต่ง: ก. วันทะมาศ


เพกาเอ๋ย เพกา ลิ้นฟ้าเตี้ย                    ปลูกไว้กิน กับก้อยเพี้ย เนื้อหวานหวาน

ลาบสุขดิบ จิ้มกับป่น จนสำราญ            น้ำพริกบ้าน ยำเพกา ก็น่าลอง

ปลูกเพกา ลิ้นฟ้าเตี้ย ในวันนี้                เป็นเศรษฐี ในวันหน้า ทั้งเพื่อนผอง

ให้เพาะชำ พันธุ์เพกา ขายทดลอง         ให้คนมอง เห็นต้นเตี้ย ลูกดกดี


 

มีงานบุญ งานบวช มีลาบก้อย                 ค่อยมาสอย ฝักไปขาย ได้เต็มที่

ส่งตลาด ผักผลไม้ รายได้ดี                    เป็นเศรษฐี กินอยู่ อย่างไทยไทย

วิตามินเอสูงบำรุงตา                              ขับถ่ายว่าใช้เป็นยาระบายได้

ขับเสมหะ แก้ท้องร่วง แก้ร้อนใน              กินแก้ไอ กินเป็นผัก รู้จักกิน


พันธุ์ก่อนเก่า เขาว่าสูง เป็นสิบเมตร        รสชาติขม จนเขี้ยวเข็ด สะเด็ดลิ้น

นักเกษตร ปรับปรุงพันธุ์ ให้ต่ำดิน            ดกเหลือกิน เก็บผลขาย ไม่ยากเกิน

"เพชรโนนผึ้ง" ขึ้นทะเบียน พันธุ์ลิ้นไม้     เพกาไทย สมุนไพร ให้สรรเสริญ

พัฒนาให้ เกษตรไทย ได้เจริญ                 ชมสวนเพลิน เดินเด็ดลิ้น กินเพกา

 

 


 

 

รูปภาพ: ผลงานของคุณภรรยาที่รักของผมทำการปักชำรากเพื่อขยายพันธุ์เพกา ต้องปลูกโดยใช้เทคนิคหัวทิ่มดินนะครับ อบแดดอุ่นๆร้อนๆด้วยผ้ายางคลุมถุงชำไว้สัก 1-2 สัปดาห์ แล้วก็เปิดออกเลี้ยงไว้ในเรือนเพาะชำขนาดจิ๋วที่ผมสร้างขึ้นมากับมือ

 


เทคนิคการขยายพันธุ์เพกาพันธุ์เพชรโนนผึ้งด้วยการชำรากหรือชำต้น
1.ถ้าชำต้น หรือ ชำราก เลือกตัดเฉพาะกิ่งพันธุ์ของต้นที่สมบูรณ์ กิ่งที่ไม่อ่อนหรือไม่แก่จนเกินไป เลือกต้นที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับปากกาขึ้นไปมาทำการเพาะขยายพันธุ์ จะดีที่สุด ต้นลิ้นไม้จะเจริญเติบโตดี โดยตัดกิ่งชำให้มีขนาดประมาณ 1-2 นิ้ว แล้วนำมาเสียบลงถุงเพาะชำ

2.ใช้หน้าดิน 1 ส่วน + แกลบดำ 1 ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วกรอกใส่ถุงดำครึ่งถุง เตรียมไว้เป็นถุงสำหรับเพาะขยายพันธุ์

3.โรงเรือนสำหรับเพาะชำนั้น ต้องเป็นที่ร่มหรือแสงแดดรำไร ไม่ควรโล่งแจ้งหรือแดดจัดมากเกินไป

4.ดูแลรดน้ำถุงเพาะทุวันๆละ 1 ครั้ง จนอายุประมาณ 2 เดือน สามารถย้ายลงหลุมปลูกได้
การขยายพันธุ์ต้นเพกา(ลิ้นไม้) ทุกวิธี ใช้เวลาเพาะประมาณ 1.5 – 2 เดือน จึงสามารถย้ายลงหลุมปลูกได้
เทคนิคการขยายพันธุ์เพกา(ลิ้นไม้) พันธุ์เพชรโนนผึ้งแบบเพาะเมล็ด

1.ใช้เมล็fดเพกา(ลิ้นไม้)มาเพาะ โดยใส่ถุงเพาะ 2 เมล็ดต่อถุง กดลึกลงไปประมาณ 1 ข้อนิ้วมือ

2.ใช้หน้าดิน 1 ส่วน+แกลบดำ 1 ส่วน+ปุ๋ยคอก 1 ส่วน คลุกเคล้าผสมกันจากนั้นกรอกลงในถุงเพาะ ดูแลรดน้ำถุงเพาะทุวันๆละ 1 ครั้ง จนอายุประมาณ 2 เดือน สามารถย้ายลงหลุมปลูกได้
 
 

 

 

 

 

       สำหรับต้นเพกาลิ้นฟ้าเตี้ยที่นำมาปลูกและขายพันธุ์ที่บ้านหนองปรือ ต.หลุ่งประดู่ อ. ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา นำพันธุ์มาจากท่าน สจ.ชุมพล หลักคำ จ.กาฬสินธุ์ ผู้เป็นต้นแบบเป็นไอดอลทางการเกษตรและผู้นำครอบครัวของผม (ผู้ซึ่งเป็นลูกเขย) เป็นเพกาลิ้นฟ้าเตี้ยลูกดก รสชาติไม่ค่อยขมมากเหมาะกับวัยรุ่นหัดกินขม นอกจากจะใช้เป็นอาหารกินเป็นผักแล้ว โบราณท่านว่า "หวานเป็นรม ขมเป็นยา" มันเป็นภูมิปัญญาของผู้เฒ่าผู้แก่จริงๆ สรรพคุณทางยาของเพกานี้มีเยอะมาก จากข้อมูลและที่มาอันเดิมที่แล้วมีดังนี้ครับ

 

ประโยชน์และสรรพคุณของนเพกา(ลิ้นฟ้า)

 
1.ใช้เป็นอาหาร
-ยอดอ่อนและฝักอ่อน มีรสขม นิยมเผาหรือลวกสุก จะทำให้มีความขมลดลง เผาแล้วขูดเอาผิวออกให้หมด กินกับน้ำพริกต่างๆ
-เมล็ดลิ้นไม้(เพกา) เป็นส่วนประกอบในน้ำจับเลี้ยงที่คนจีนนิยมดื่มกัน
-ข้อควรระวัง ถ้ากินมากอาจทำให้เป็นต้อเนื้อที่ดวงตาได้

2.สรรพคุณทางยา
ผลเพกา(ลิ้นไม้) มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา เหมาะกับคนที่ขาดวิตามินเอ และมีเส้นใยอาหารมาก ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ทั้งเส้นใยยังช่วยลดการดูดซึมไขมันและน้ำตาลเข้าสู่กระแสโลหิตด้วย  เมล็ด ใช้เป็นยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ โดยต้มเมล็ดหนึ่งกำมือกับน้ำ 300 ซีซี จนเดือดให้เนื้อยาออกมา จากนั้นนำไปดื่มวันละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 5-7 วัน

ฝักอ่อน ช่วยขับลมในท้อง ขับเสมหะ บำรุงร่างกาย
เปลือก และ ต้น แก้ท้องร่วง ร้อนใน สมานแผลลดการอักเสบ ลดอากาแพ้ บำรุงเลือด ขับเสมหะด้วย และยังเป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรแก้เบาหวาน แก้ริดสีดวงทวาร

 

มาชมต้นเพกาพันเตี้ยกันต่อเลยครับ

รูปภาพ: ต้นเพกาลิ้นฟ้าเตี้ยต้นนี้อายุ 6 เดือน ปลูกที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมเอง ให้ลูกๆหลานๆช่วยกันปลูกคนละต้นสองต้นลงบนกระถางซีเมนต์ (ถังโถส้วม) 80X40 ตอนนี้กำลังออกดอกชูช่ออย่างสวยงามดูภาพกันต่อไปครับ

 

รูปภาพ: ต้นเพกายืนเคียงคู่กับต้นมะนาวแป้นยักษ์

 

รูปภาพ: ดอกเพกาลิ้นฟ้าเตี้ยแบบชัดๆ เห็นกันจะจะ จะได้รู้กันว่าปลูกปีแรกจะเป็นผลติดฝักให้ได้กินลิ้มรสกันหรือไม่ครับ

 

 

รูปภาพ: นำมาจากนักเกษตรทางเฟสบุ๊คครับ สวนเขางามจริงๆ ลูกก็ดก น่าสนใจมากครับ แต่ผมก็คงจะปลูกไว้แค่พออยู่พอกิน ขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆครับ เพราะที่ดินที่ทำกินไม่ค่อยจะมี อาศัยที่บ้านที่อยู่อาศัยเป็นสถานที่เพาะปลูก แบบที่เขาเรียกว่า "Farm City" มันไม่ได้มีได้เฉพาะประเทศอังกฤษหรอกครับ ประเทศไทยเราก็ทำได้และดีกว่าด้วยครับ

 

ปิดท้ายด้วยรูปที่ผมสร้างให้พ่อกับแม่ได้อยู่อาศัยด้วยคอนเซ็ปท์ "บ้านสีเขียว ครอบครัวอบอุ่น" ที่เพิ่งทำบุญขึ้นบ้านใหม่ไปเมื่อวาน วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รูปภาพ: พ่อของผม กับหลานสาวคนเก่ง เป็นยังไงบ้างครับ ธรรมชาติดีมั้ย? ยังไม่เสร็จดี หญ้ายังไม่มีมาปลูกเลยครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

#5 By adisorn sookket (171.98.219.218|171.98.219.218) on 2015-03-08 21:38

22 ก.ย. ถึง 13 ต.ค. ติดต่อผมไม่ได้ เพราะผมทำงานอยู่ในอ่าวไทยครับ Add face book ผมมาได้ Kampanat Wanthamart

#4 By ก. วันทะมาศ on 2014-10-01 22:08

big smile big smile call me 085-4994354 แต่ถ้าโทรไม่ติดก็เข้ามาทักกันในเพจนี้ได้ครับ


https://www.facebook.com/Wanthamart

#3 By ก. วันทะมาศ on 2014-10-01 22:06

big smile big smile call me 085-4994354 แต่ถ้าโทรไม่ติดก็เข้ามาทักกันในเพจนี้ได้ครับ


https://www.facebook.com/Wanthamart

#2 By ก. วันทะมาศ on 2014-10-01 22:05

ขอเบอร์โทรหน่อยค่ะสนใจอยากจะปลูกบ้าง

#1 By ธัญลักษณ์ (125.27.52.220|125.27.52.220) on 2014-09-25 20:33

Tags