วันที่ลูกเกิด (SUNS BIRTHDAY)

posted on 21 Mar 2014 23:33 by samsutgeo11 in Aphorism directory Lifestyle, Diary

            

 

         เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลาประมาณตี 1 เศษๆ เสียงเรียกข้างๆกายาขณะหูตาของผมยังงัวเงียๆอยู่ เหมือนกำลังมีคนขอความช่วยเหลืออยู่ เสียงใครกันนะหรือ? มันคือ..เสียงไอ้ต้อย เมียสุดที่รักของผมเอง

         "แซม! แซม! ไปปลุกแม่ให้หน่อย บอกว่าเค้าปวดท้อง" เมียของผมพูด หลังจากนั้นผมก็ลืมตาแล้วลุกขึ้นมา ทำทีท่าตื่นเต้น

          "หมูเป็นยังไงบ้างครับ อ้าวมีเลือดออกด้วยหรอ?" แล้วผมก็รีบวิ่งไปเคาะประตูห้องของพ่อตากับแม่ยาย

          "ก๊อก!! ก๊อก!!"   "แม่ครับแม่! แม่! แม่..! ไอ้ต้อยมันปวดท้อง" แล้วสักพัก เสียงเปิดประตูก็ดัง

          "เอี้ยก..! เป็นไงบ้างต้อย น้ำเดินมั้ย?" แม่ถาม

           แล้ว ภรรยาของผมก็พยักหน้าตอบ แล้วก็บอกให้ผมไปถอยรถยนต์ออกมาจากโรงรถ แล้วจากนั้นผมกับแม่ยายก็นำตัวเธอไปโรงพยาบาลยางตลาด ในอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ อากัปกิริยาของผมเป็นแบบว่าจากที่งัวเงียๆตอนเมียปลุก มาตอนนี้ให้นอนจริงๆก็คงนอนไม่หลับ สลับท่าเดินๆ นั่งๆ นอนๆ ตามสไตล์ของคุณพ่อมือใหม่ ผมกับไอ้ต้อยรอหมอที่ห้องรอทำคลอดจนแล้วจนเล่า ก็ยังไม่ถึงช่วงนาทีระทึกใจจะได้เห็นหน้าเจ้าเบบี๋สักที จากที่เจ้ต้อยแกบ่นปวดท้องตอนแรกๆมาจนถึงตอนนี้นะ มันเดินได้ตัวปลิวยังกะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร ผมเลยถามเธอว่า

           "หมู เธอปวดท้องจริงๆใช่มั้ยเนี่ย! ทำไมเธอถึงไม่อยู่นิ่งๆ เธอมาเดินเล่นอะไรกับเค้า" ผมซักถามเธอด้วยความเป็นห่วงเมีย เพราะผมกลัวมันจะเกิดอะไรตอนนี้ ตรงนี้ ต่อหน้าต่อตาคนที่รักและเป็นห่วงเธออย่างสุดหัวใจ จะบอกว่า.. ถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้นมา ผมจะทำตัวยังไงละคร้าาาาบ.. เอิ้กกก!

            "ตื่นเต้นมั้ย? ไม่เป็นไรหรอกคุณพ่อ หมอเค้าให้เดินได้ ลูกจะได้ออกง่ายๆ ตอนนี้มดลูกเปิดแค่เซนเดียวเอง" ผมก็โล่งใจไป เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้น แต่อีกใจก็ยังอดห่วงไม่ได้ ไม่ได้ห่วงอะไรนะครับ คือที่บอกว่ามดลูกเปิดเซนเดียวต่างหาก แล้วมันต้องเปิดกี่เซนกันว่ะ แล้วนานมั้ยน่ะ ไม่อยากแสดงอาการขี้เกียจเลยครับ แต่การรอคอยเป็นสิ่งที่ทรมานมาก

            "โถ่ รอมาตั้ง 9 เดือนยังรอมาได้เลยแซม รออีกซักนิดซักหน่อยก็จะเห็นหน้าลูกแล้ว ทำไมจะรอไม่ได้" เออก็นะ มันก็จริงของเธอ จากนั้นผมก็นั่งลูบท้องเมียเบาๆด้วยความรู้สึกรักและห่วงใยเจ้าตัวน้อยๆที่ อยู่ในท้องเมีย 

            "อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้วนะลูก" มือผมสัมผัสได้ถึงการตอบสนองของเจ้าตัวเล็ก เหมือนเขากำลังหมุนหรือพลิกตัวอยู่ ตอนแรกผมก็ตกใจ ผมหลงเอามือไปปิดจมูกของเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องรึเปล่านะ พ่อไม่ได้ตั้งใจนะลูกเอ้ย...

            จาก นั้นหมอก็เรียกผมเข้าไปเซนต์เอกสารรับทราบ ยอมรับ ยอมรับอะไรฟ่ะ! ไม่เอานะหมอ หนี้สินผมเยอะแล้ว ผมไม่เอาอีกแล้วคร้าบบบ.. ทั้งรถ ทั้งบ้าน แล้วไหนจะต้องมาเลี้ยงลูกอีก เอิ้กกกก! โอเคครับ เป็นเอกสารเซนต์รับทราบและยินยอมให้อนุญาตหมอทำคลอดให้เมีย โถ่..แล้วไปนะเรา จากนั้นหมอก็ปล่อยให้ผมนั่งเฝ้าเมียอยู่ในห้องรอทำคลอด ก็มีออกมาเดินนอกห้องบ้าง กลับไปในห้องบ้าง กลับไปกลับมาจนเช้า โอ้..! แม่จ้าวววว..เว้ย! เดินไปเดินมา มาตื่นเต้นระทึกใจกันอีกทีก็ตอนสายๆ เมียผมมันก็เริ่มจะบ่นเจ็บๆและร้องปวดท้องถี่ขี้นเรื่อยๆ จนราวๆเที่ยงวัน หมอมาตรวจบอกว่ามดลูกเปิดจะ 9 เซนแล้ว เมียผมร้องอย่างเจ็บปวด เรียกหาแม่บ้าง พอผมไปตามแม่มาให้ มันก็เรียกหาผม แล้วผมก็เดินเข้ามา มาเพื่อปลอบโยนเธอ คอยอยู่ข้างๆกายา เวลาที่เธอต้องการ เวลาที่เธอทรมาน เจ็บปวดปานใด ฉันรับรู้ได้ ฉันจะไม่หนีไปไหน ฉันจะอยู่ตรงนี้ ยาวไปล่ะ พร่ำเพ้ออะไรอยู่ได้นะเรา และแล้วก็จวนเวลา เธอได้แสดงถึงความเจ็บปวดพร้อมกับระบายความรู้สึกเจ็บปวดของเธอออกมาผ่านฝ่า พระหัตถ์ของเธอ

            "เพี๊ยะ! พั๊วะ! เพี๊ยะ! พั๊วะ! เค้าขอโทษนะ เค้าไม่รู้จะทำยังไง เค้าเจ็บมาก" เอ่อ..กู กู กูซวย แดงเลยแขนกู ดีนะไม่ได้นั่งเอาหน้าไว้ระดับพระหัตถ์ของเจ้า ไม่งั้นเศร้าเลย หน้าคงจะชา ดีนะที่มันเป็นแขน มันโกรธเกลียดอะไรผม อยากแก้แค้นอะไรผมรึเปล่านะ เอาซะๆ เอาให้หายแค้นเถอะหมูเอ้ย... 555

            และแล้วหมอก็พาภรรยาของผมเข้าไปที่ห้องทำคลอด จากนั้นผมก็ไม่รู้อะไรอีกเลย ส่วนผมก็ยืนชา ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงดี เลยโทรบอกแม่ของผม ว่าที่ "คุณย่ายู" ที่โคราช

            "แม่ๆ เมียผมจะคลอดแล้วครับ ตอนนี้เข้าไปในห้องทำคลอดแล้ว แม่จะได้เป็นคุณย่าแล้วนะ" แม่ผมก็ตอบ

            "จร้า แม่ดีใจด้วยจร้า" แล้วจากนั้นผมก็โทรหาแม่เกศซึ่งเป็นอาจารย์แม่ของผมตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม

            "แม่ เกศครับ แม่เกศ.. เมียผมจะคลอดแล้วเด้อ" อาจารย์แม่ของผมก็แสดงความดีใจด้วย แล้วหลังจากที่ตื่นเต้นได้พักใหญ่ หมอก็อุ้มลูกชายผมออกมา และญาติๆฝ่ายเมียก็มากันพร้อม มีพ่อ แม่ ป้าเก๊าะ ลุงเอ๋ และคุณยายเตี้ยที่เพิ่งแยกวงออกมาจากคาซิโนระดับหมู่บ้าน เสียสละเวลามาดูหลานเกิดเกือบทั้งวัน ทุกคนต่างก็อุ้มชู ดีอกดีใจถ่ายรูปกันไป และแล้วผมก็นึกได้ ทำไมเราไม่ถ่ายวีดีโอตอนลูกคลอดเก็บไว้ พอดีเห็นป้ายเค้าห้ามญาติเข้าไปในห้องทำคลอดอะนะ ด้วยความสงสัยผมก็เลยเดินไปถามคุณหมอ

            "คุณหมอครับ ปกติเค้าให้ญาติเข้าไปถ่ายวิดีโอตอนคลอดเก็บไว้ไหมครับ? พอดีผมเห็นป้ายห้ามญาติเข้าไปห้องทำคลอด" แล้วก็ยืนรอคำตอบแบบบื่อๆ

            "อ๋อ.. คุณพ่อหรอค่ะ ไม่ทันแล้วค่ะ ลูกคลอดออกมาแล้ว ไม่ต้องแล้วค่ะ"ฮึ..นั่นไง

            "พอดีว่าเรากลัวว่าคุณพ่อจะเป็นลมพอเห็นเลือดของภรรยาก็เลยไม่อนุญาติให้ เข้าไป"ผมเนี่ยนะ จะเป็นลมเพราะเลือด นี่ลาบเลือดเป็นอาหารโปรดของผมเลยนะครับคุณหมอ เอิ้กกก..

            "แต่ถ้ามั่นใจว่าไม่เป็นไร และอยากจะเก็บภาพเอาไว้ตอนลูกคลอดก็มาขออนุญาติได้ค่ะ" โถ่..คุณหมอ แต่คุณหมอไม่ผิดหรอก ผมเองแหละ ผมถามช้าไป ผมคงตื่นเต้นมากไปจนคิดอะไรไม่ออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วสักพักคุณหมอก็ถามว่าจะตั้งชื่อลูกว่ายังไง? 

            "ด.ช.กวีนาท วันทะมาศ ครับ" แล้วคุณหมอก็ยื่นเอกสารมาให้เซนต์อีกรอบ เซนต์อีกล่ะ ก็โอเคนะ เหลือบมองไปเห็นน้ำหนักแรกเกิด 2860 กรัม เกิดเวลา 13:20 น. แล้วญาติๆก็ถามว่า

            "ชื่อเล่นชื่อว่ายังไงละเนี่ย บักแคง แม่นบ่หล่า" 5555 ขำกันจั้ง... ก็เพราะอะไรนะเหรอ ก็ตอนก่อนที่มันจะร้องปวดท้องมาโรงพยาบาล ไอ้ต้อยเมียผมมันดวงเฮงมาก เล่นไพ่แคงได้กินตังค์เป็นวันแรกๆของชีวิตนะซิครับ เพราะปกติมันเล่นเอาเงินมาบริจาคน้องๆ พ่อ แม่ และป้าๆ ในวงไพ่เป็นประจำ นี่มันเป็นคาซิโนระดับครอบครัวนะครับ ส่วนผมนี่นอนโกรนรอที่ฟูก.. ไม่ใช่ว่าไม่เล่นนะครับ แต่ที่นั่งมันเต็มแล้ว ผมถือคติว่า ผมจะไม่เล่นการพนันกับแม่มาร เพราะอะไรนะเหรอ.. ก็เพราะแม่มารไงครับ อย่านั่งตรงข้ามมันเด็ดขาด มีเท่าไหร่ หมดเท่านั้น จริงๆครับ 

            "ชื่อน้องซันครับ ชื่อจริงชื่อเด็กชายกวีนาท วันทะมาศ แปลว่า เสียงดังของกวี ชื่อคล้ายๆพ่อ พ่อชื่อกัมปนาท" ผมคิดไว้นานแล้วครับเรื่องชื่อลูก คนแรกลูกผู้ชายผมจะให้ชื่อกวีนาท ส่วนคนที่ 2 วางแผนกันกับเจ้เค้าอีกสองปีทำกันอีกทีให้มีลูกสาว ผมจะให้ชื่อว่ากวีพร ซึ่งแปลว่า ผู้มีความสามารถในด้านกวี ผมเป็นคนบ้าไปแล้วแน่ๆ ครับ.. ผมมันบ้าจริงๆ ผมชอบแต่งคำประพันธุ์ทุกชนิด และชอบเขียนมากที่สุดคือกาพย์ยานี ๑๑ แล้วตามมาด้วยกลอนสุภาพหรือกลอนแปด และก็โคลงสี่สุภาพ มันทำให้เป็นจุดกำเนิดชื่อลูกชายของผมที่เกิดมาในวันนี้ และก็ลูกสาวของผมที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งเจ้าตัวเล็กที่เกิดวันนี้ที่เป็นวันอาทิตย์ก็ตรงกับชื่อเล่นที่ผมตั้ง ไว้ให้แล้วคือน้องซันเดย์ยังไงล่ะ อิอิ.. ส่วนเจ้าหญิงที่อีกสองปีข้างหน้าเจ้าจะกำเนิดมาเป็นดวงใจของพ่อ ชื่อเล่นพ่อก็เตรียมไว้แล้ว "น้องแซนด์" เห่อไว้รอเลยลูกเอ้ย...

Comment

Comment:

Tweet

Tags