งานของพ่อน้องซัน (FATHERS JOB)

posted on 21 Mar 2014 23:43 by samsutgeo11 in Aphorism directory Lifestyle, Diary


 

 

      ถ้าจะเปรียบเทียบชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างตอนที่ลูกซันเกิดกับวันที่พ่อเกิด ความสัมพันธ์ระหว่างยุคสมัย จริงๆแล้วก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนักหรอก พ่อให้กำเนิดเจ้าตอนที่พ่อกับแม่อายุ 28 - 29 ปี แบบว่าแม่เจ้าแก่กว่าพ่อนิดนึง (ครึ่งปีเอง) อะนะ อิอิ.. แต่พ่อเกิดมาอยู่ในสภาพครอบครัวที่ฐานะทางเศรษฐกิจไม่ค่อยสู้ดีนัก เทียบกับคนทั้งหมู่บ้าน ทั้งตำบล ทั้งอำเภอ หรือว่าทั้งจังหวัด ก็น่าจะติดอยู่อันดับต้นๆของ มหาเศรษฐี ถุ้ย! 555 ตรงข้ามละลูกพ่อเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่อัตคัดขัดสนมาก แต่เราก็ไม่ได้แย่ที่สุดหรอกนะ เรายังมีญาติพี่น้อง เรายังมีพวกพ้องอยู่บ้าง ถึงแม้จะดูเหมือนชีวิตถูกเหลื่อมล้ำทางสังคมมากอยู่ก็ตาม ก็ปากกัดตีนถีบกันไปละลูก จำไว้นะลูก "ความอดทน และความเพียรพยายาม" หัวใจของนักสู้ชีวิตที่ถูกพิสูจน์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จากบทเรียนตั้งแต่ปู่ตา ย่ายายของเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้ ซันอาจจะกลัวความทุกข์ยากลำบาก แต่พ่อจะบอกเคล็ดลับในการเอาชนะความกลัวอีกอย่างที่พ่อใช้มาตลอดชีวิต นั่นก็คือ "จงเอาชนะความกลัว ด้วยความกล้า" จะกำจัดความกลัวได้ เราก็ต้องไม่กลัว ไอ้ความไม่กลัวที่ว่านั่นแหละ มันคือความกล้ายังไงละลูก

 

 

      สำหรับลูก ตอนที่เจ้าเกิดมานับว่าเจ้ามีบุญ เกิดมาในช่วงกำลังพอมีอยู่มีกิน เจ้าจึงดูอุดมสมบูรณ์มากล้นด้วยผู้คนรัก พ่อแม่มีอาชีพการงานดี มีรายได้มาค้ำจุนครอบครัว ส่วนปู่กับย่าก็มีป้ากับพ่อคอยช่วยสนับสนุนเรื่องทางการเงิน พ่อเป็นคนจัดการบริหารอย่างเด็ดขาด จัดส่งเงินให้ปู่และย่าไว้ใช้สอยสัปดาห์ละ 3,000 บาท เดือนละ 4 งวด มันเหมือนเป็นระบอบเผด็จการเลยนะพ่อ? ใช่ครับ!  อ้าว.. ทำไมล่ะ? พ่อขอบอกตรงๆกับลูก จริงๆพ่อชอบการปกครองระบอบเผด็จการมากกว่าระบอบประชาธิปไตย แค่ชอบนะ พ่อไม่ใช่นักการเมืองนะลูก ลูกอย่าเข้าใจว่าพ่อเป็นคนโหดร้ายหรือเห็นแก่ตัว กว่าพ่อจะเป็นที่ยอมรับสำหรับปู่กับย่าของเจ้า และพี่ๆของพ่อหรือป้าๆของซันนั่นแหละ มันต้องได้รับความไว้วางใจสูงมากถึงทำได้ พ่อต้องรักครอบครัว รักพี่น้อง แน่นอนซันลูกรัก พ่อรู้ว่ามนุษย์มีข้อบกพร่อง นั่นก็คือคุณงามความดี เมื่อไหร่พ่อเกิดโมโหโทสะ เห็นแก่ตัว เกิดความโลภ ไร้ซึ่งความเมตตาขึ้นมา พ่อขอยอมรับว่ามันจะเป็นจุดล่มสลายของครอบครัวใหญ่ของเรา เพราะระบอบนี้ไม่มีใครตรวจสอบพ่อได้ 555 พ่อใหญ่ที่สุด และอยากชำระแค้นกับใครก็ได้ หลายๆอย่างพ่อจัดการบริหารเอง โดยผ่านมือแม่ของเจ้า แต่พ่อปักธงไว้ที่ "การเสียสละ" ยังไง? สิ่งที่พ่อทำทุกอย่างให้ปู่กับย่า พ่อไม่ได้ทำให้ลูก จำไว้นะซัน พ่อไม่ได้ให้ลูกเลย แล้วพ่อให้ใคร ลูกอย่าเพิ่งโกรธพ่อเลยนะซัน ลูกยังมีสิทธิ์ถ้าลูกอยากได้หรืออยากจะครอบครอง แต่ไม่ใช่ความโลภ แต่ลูกต้องใช้ความรักและความกตัญญู ใช้ธรรมะทั้งเมตตา กรุณา มุทิตา และ อุเบกขา

 

 

      หนี้สินจะเป็นของพ่อ จนพ่อจะหมดสิ้นลมหายใจ ทั้งๆที่เคยขอแม่เจ้าไว้ว่าอยากจะไปศึกษาพระธรรมเพิ่มเติมหลังจากอายุเลย 50 ปี โดยการออกบวชถือเพศบรรพชิต แต่แม่เจ้าออกตัวว่าจะตามพ่อไปด้วย พ่อก็เลยได้แต่คิดเพราะกลัวบาปมากกว่าบุญ กลัวร้อนรุ่มมากกว่าจิตสงบ ทรัพย์สินทั้งหมดพ่อจะยกให้เป็นของปู่และย่า ถ้าท่านอยากจะยกให้ใครก็แล้วแต่ท่าน แต่พ่อให้ข้อจำกัดเอาไว้กับปู่และย่าว่า "คุณปู่คุณย่าจะยกให้ใครก็ได้ ที่เขาเลี้ยงดูอยู่ดูแลคนทุกๆคนในบ้านได้ที่ไม่ใช่ผม เป็นลูกป้าคนไหน หรือจะเป็นลูกผมก็ได้" หมายความว่าไง? ง่ายๆครับ ใครเลี้ยงปู่และย่าของเจ้า และก็ดูแลญาติพี่น้องได้ก็ยกให้คนนั้น

 

 

      นี่มันอะไรกัน มันคงวุ่นวายน่าดู พ่อไม่รู้หรอกว่าซันอยากได้หรือเปล่า? แต่พ่อไม่ให้ซัน เพราะสิ่งที่พ่อจะให้คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า อะไร? "การเอาตัวรอด" ครับลูกรัก ความไม่ประมาท ลูกอยากได้ อยากมีอะไรใช้ความสามารถที่ตนเองมีสร้างมันขึ้นมาให้ได้ อย่าไปหวังลาภลอย พ่ออยากให้เจ้ารู้จักวางแผนการดำเนินชีวิต ลูกรู้จักตัวเองให้ดีพอ ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เหมือนพ่อที่กำลังจะเป็นอยู่ตอนนี้ พ่อสามารถเลี้ยงดูเจ้าด้วยทรัพย์สินเงินทองอย่างบริบูรณ์ ถึงไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็ไม่น้อยหน้าใครแน่ๆ แต่สิ่งที่พ่อจะเลี้ยงเจ้าไม่ได้ นั่นก็คือหัวใจ โตขึ้นมาเจ้าจะเชื่อฟังใครบ้าง? ลูกจะรักใครบ้าง? พ่อไม่รู้.. แต่พ่อรู้อย่างหนึ่งคือพ่อรักลูกมาก ถึงมากที่สุดในชีวิต

 

 

      งานที่พ่อทำเต็มไปด้วยอันตราย เต็มไปด้วยความเสี่ยงมากมายต่อชีวิต ทำไมพ่อไม่ทำงานอื่นที่ดีกว่าหรือ? ลูกคิดว่าพ่อเป็นคนขี้ขลาดขี้กลัวหรือ? มันไม่ใช่ครับ? มันไม่มีงานอะไรที่ไม่เสี่ยงหรอกลูก แม้กระทั่งการลงทุน การทำธุรกิจ เป็นเศรษฐีร้อยล้าน พันล้าน ทุกคนเขามีความเสียงทั้งนั้น แต่ลูกต้องเอาชนะความกลัว ลูกต้องจำให้ได้ว่าต้องใช้อะไรเอาชนะความกลัว แต่ความกล้านั้นมันไม่ใช่บ้าบิ่น ลูกต้องใช้อย่างมีสติสัมปชัญญะ ใช้ปัญญา และอย่าประมาทในการดำเนินชีวิต พ่อเหมือนกรรมกรที่กำลังสอนลูก ใช่ซิ! พ่อลูกเป็นถึงกรรมกรเลยนะ ลองไปหยิบทรานสคริปของพ่อมาดูก็ได้ ว่าพ่อจบอะไรมา "วศ.บ. (เทคโนโลยีธรณี)" ทำไมพ่อเป็นกรรมกรพ่อจบวิศวะมา ลูกอย่ายึดติดอะไรกับใบปริญญาบัตรมากนัก ถ้าพ่อมีเวลาสอนวิชาความรู้ที่มีให้ลูกได้ทั้งหมด พ่อคิดว่าพ่อสอนลูกได้เก่งกว่าครูที่โรงเรียนสอนลูกด้วยซ้ำไป แต่ทำไมพ่อไม่สอนละ? พ่อไม่ได้อยากให้ลูกเก่งเลยหรือ? ไม่ใช่ครับซัน พ่ออยากให้ลูกเก่งเท่าที่ลูกจะเก่งได้นั่นแหละ ลูกอาจจะเก่งยิ่งกว่าพ่อก็ได้ แต่พ่ออยากให้เจ้าเป็นคนดีด้วย ไม่ต้องดีที่สุดก็ได้ลูก แต่ขอให้จงเป็นคนเก่งและดีด้วยในคนๆเดียวกัน พ่ออยากให้เจ้ามีความสุขในการดำเนินชีวิตมากกว่า เรียนรู้ผิดรู้ถูกบ้าง สอนตัวเอง ฝึกตัวเอง พ่อทำงานหนักในกลางทะเลอ่าวไทย เป็นช่างซ่อมหัวหลุมก๊าซ ทำงานตลอด 21 วันเต็มไม่มีวันหยุด อยู่กับหลุมก๊าซที่มีสารพิษมากมายทั้งสารหนู ปรอท ตะกั่ว และก๊าซพิษอื่นๆ พ่อมีประสบการณ์การทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน พ่อมีชีวิตที่ดูน่าลำบากแต่ก็น่าอิจฉาในเวลาเดียวกัน นั่นก็คือพ่อมีเวลาพักผ่อน 21 วัน กลับมาดูแลลูกและแม่ของซัน มาเติมเต็มชีวิตในครอบครัว และเตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับการเรียกใช้งาน ไม่ต่างจากหุ่นยนต์ที่ถูกวางระบบอัตโนมัติ แต่มันก็ไม่น่าอึดอัดเกินไปใช่ไหมครับซัน พ่อหวังว่ามันไม่ได้ทำให้ซันรู้สึกผูกพันธ์กับพ่อน้อยลง พ่อถึงได้พยายามเขียนเรื่องราวต่างๆไว้ให้เจ้าอ่านติดตามเรื่องราวความรักที่พ่อมีให้กับเจ้าตลอดเวลา เจ้าเป็นตัวแทนความรักของพ่อที่มีต่อแม่ของเจ้าได้ใช่ไหม? พ่อแต่งเพลง "ความคิดถึงจากอ่าวไทย" ตั้งแต่ตอนทำงานอยู่กลางอ่าวไทย แล้วขึ้นมาฝั่งมาใส่ทำนอง ใส่ดนตรีพร้อมกับเนื้อร้องอัดเป็นคลิปวีดีโอลงยูทูบไว้ให้แม่ของเจ้าตั้งแต้เจ้ายังไม่เกิด ทำเป็นสไลด์บรรยายความรักของคนที่ทำงานในอ่าวไทย ส่งความคิดถึงมาให้แม่ของเจ้าที่อยู่บนฝั่ง แม่สาวนักธรณีวิทยาที่รักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนยังไม่จบปริญญาตรี ตอนนี้มาเป็นข้าราชการที่กรมชลประทาน พ่อฝากบอกเค้าด้วยนะลูกว่า...

 

"พ่อแซม รักและคิดถึงแม่ต้อย แม่ของลูกซันเสมอนะ"

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (119.46.221.47|119.46.221.47) on 2014-05-24 22:14

Tags